fbpx
เคล็ดไม่ลับในการอยู่กับลูกโดยไม่ต้องวีน

จากภาพข่าวเด็กอนุบาลถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ การใช้ความรุนแรง​ต่อร่างกายและจิตใจเด็กในวัยเรียนนั้น​ ส่งผลเสียทั้งทางตรงและทางอ้อม​อย่างมาก​ ดังที่กล่าวไปในบทความ​… สนใจคลิก บาดแผลจิตใจในวัยเรียน

วันนี้เราจะกล่าวถึงการลดความรุนแรง​ในครอบครัว​ โดยเฉพาะคุณ​พ่อคุณ​แม่มือใหม่ที่มีลูกเล็กอายุ 2-7 ขวบ ซึ่ง​เป็นวัยที่อยู่ไม่นิ่ง ชอบวิ่งตลอดเวลา​ ยังไม่มีวินัยในตัวเอง พ่อแม่ต้องคอยกำกับให้นั่งกินข้าว อาบน้ำ​ เข้านอนให้ตรงเวลา​​ และแน่นอนที่หลายครั้ง​ลูกไม่ยอมทำตาม กลับร้องไห้งอแง​ กวนประสาท​จนอาจทำให้พ่อแม่มีอาการ “เผลอวีนใส่ลูก” กันมาบ้าง​

เคล็ดไม่ลับ ในการอยู่กับลูก โดยไม่ต้องวีนใส่

1. เข้าใจพัฒนาการเด็ก
เด็กวัย 1-7 ขวบ เป็น​ “วัยวิ่ง ไม่ใช่วัยนิ่ง” จะมีการเคลื่อนไหวมาก และเป็นช่วงวัยของการทดลอง เรียนรู้​สิ่งรอบตัวผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้ง​ การวิ่งเข้าไปดูใกล้ ๆ​ การดม การชิม และ การสัมผัส​ จึงอาจทำให้พ่อแม่รู้สึก​ว่าเด็กซน ยุ่ง วุ่นวาย พูดไม่ฟัง ทั้ง ๆ ที่พฤติกรรมเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เด็กกำลังมีพัฒนาการไปตามวัยของเขา ซึ่ง​เป็นเรื่องปกติ

2. จัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อการเรียนรู้
ช่วยให้เด็กเกิดประสิทธิภาพสูงสุด​ในการเรียนรู้ และพัฒนาสมองได้เต็มที่ เช่น
– ใช้สีทาผนังภายในแบบทำความสะอาดได้ เพราะเด็กวัยนี้ เป็นจิตรกร​
– หาที่อุดปลั๊กไฟมาปิดปลั๊กไฟ หาตาข่ายคลุมพัดลม ป้องกันไม่ให้เอานิ้วเข้าไปได้
– เก็บกรรไกร มีด และของมีคมให้ห่างไกลมือเด็ก
การจัดการที่ดีจะช่วยคลายความกังวลได้ คุณ​พ่อคุณ​แม่จะได้ไม่ต้องคอยห้ามลูก​ หรือสั่งให้ลูกอยู่นิ่งๆตลอด​เวลาด้วยความเป็นห่วง

3. กำกับวินัยและสร้างเงื่อนไขให้เป็นกิจวัตร
การฝึกให้เด็กเรียนรู้การกำกับตนเอง (Self-Regulation) เป็น​ฐานสำคัญของการสร้างทักษะสมองสู่ความสำเร็จ (Executive Function) ควรให้เด็กเรียนรู้​นาฬิกา​ชีวิต​ โดยวางแผนกิจกรรมต่าง ๆ ให้เป็นตารางเวลา​ ​เช่น​ เวลาตื่น​ เวลาอาหาร​ เวลานอน ซึ่ง​จะช่วยฝึกวินัยพื้นฐาน และยอมรับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่พ่อแม่ตั้งให้โดยง่าย

4. สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูก
ลูก​มีความสุข​มากเมื่ออยู่กับพ่อแม่​ เพราะพ่อแม่ดูแลและเล่นกับเขา เวลาที่พ่อแม่ไปทำงานนอกบ้านลูกจึงคิดถึงมาก เมื่อพ่อแม่กลับมาเขาจะอยากเล่นด้วยทันที แต่บางครั้งพ่อแม่เหนื่อย อยากพัก​ไม่ยอมเล่นด้วย เลยรู้สึก​ว่าลูกกวน ลูก​งอแงมากกว่าปกติ ทางออกที่ดีคือเล่นกับเขาให้พอเหมาะ​ และสร้างวินัยให้เป็นกิจวัตร เพื่อลดความขัดแย้ง และทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้พักมากขึ้น​

5. มีสติ ห้ามใช้อารมณ์ และอย่าหลงกลเจ้าตัวเล็ก
การเลี้ยงลูกก็เปรียบเหมือนการฝึกสติ ต้องมีอารมณ์ที่มั่นคง​ ต้องจำข้อห้าม ข้อควรระวัง ข้อควรปฏิบัติต่าง ๆ ให้ขึ้นใจ และปฏิบัติให้ได้ตามที่ได้ตกลงกันภายในครอบครัว เจ้าตัว​เล็ก​ในวัยนี้ฉลาดและเรียนรู้ที่จะต่อรองให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ หากพ่อแม่เผลอไผล​ ก็อาจตกหลุมพรางที่เจ้าตัวเล็กวางไว้ก็เป็นได้

สุดท้ายนี้ อยากฝากว่า “การเลี้ยงลูก คือ การสร้างความทรงจำที่ดีกับลูก” เมื่อลูกโตเป็นผู้ใหญ่ จะต้องแยกตัวจากพ่อแม่ไปดำเนินชีวิตของเขา ให้ลูกจดจำภาพความรักของพ่อแม่ สร้างเป็นภูมิคุ้มกันทางจิตใจกันนะคะ

บทความ; ครูแอน ParentCoach (วรรณี เตชะรัตนประเสริฐ) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาการและสุขภาพจิตเด็ก
ปรึกษาครูแอน คลิก >>> http://onelink.to/chiiwii

Related Blog