เด็กกินเจได้หรือไม่?

 

เด็กกับการทานเจ

ในช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลที่สำคัญเทศกาลหนึ่งของคนไทยเชื้อสายจีน นั่นคือ เทศกาลกินเจ เป็นช่วงเวลาที่จะได้ทำบุญชะล้างจิตใจให้สะอาด

และคำถามที่ถูกถามมามากที่สุดคำถามหนึ่งคือ เด็กทานเจได้หรือไม่

ก่อนอื่นต้องเข้าใจกันก่อนนะครับว่าการทานเจจะห้ามทานเนื้อสัตว์ นม เนย หรือน้ำมันที่มาจากสัตว์ อาหารรสจัดและผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด

ซึ่งจะมีผลต่อการได้รับสารอาหารของเด็กและส่งผลถึงการเจริญเติบโตได้ สารอาหารที่มีโอกาสขาดได้ในเด็กที่ทานเจ

1. วิตามิน B12 เนื่องจากเนื้อสัตว์เป็นแหล่งของวิตามินB12 หรือ cobalamin ดังนั้นการงดการทานเนื้อสัตว์จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดวิตามิน B12 ได้ ซึ่งวิตามิน B12 มีบทบาทที่สำคัญในกระบวนการสร้างDNA และ RNA การขาดวิตามิน B12 จะทำให้เกิดโรค megaloblastic anemia และความผิดปกติของระบบประสาทได้ 

2. โปรตีน ถึงแม้ว่าพืชบางชนิดเช่น ถั่วชนิดต่างๆ จะเป็นแหล่งโปรตีนได้ แต่ว่าโปรตีนจากพืชจะมีกรดอะมิโอที่จำเป็น (เมทไทโอนีน (Methionine), ทริโอนีน (Threonine), ไลซีน(Lysine), เวลีน (Valine), ลิวซีน (Leucine), ไอโซลิวซีน (Isoleucine), เฟนิลอะลานีน (Phenylalanine), ทริปโตเฟน (Tryptophan) และฮิสติดีน (Histidine) ไม่ครบทุกชนิด เช่น  ข้าวเจ้าขาดไลซีนหรือถั่วเหลืองขาดไทโอนีนและทริปโตเฟน เป็นต้น

3. แคลเซียมและวิตามินดี นมวัวเป็นแหล่งของแคลเซียมและวิตามินที่สำคัญ แต่การทานนมถั่วเหลืองหรือธัญพืชก็สามารถที่จะทดแทนได้

4. กรดไขมันที่จำเป็น เนื่องจากไข่และปลาเป็นแหล่งของ linoleic acid (18:2n-6) และ linolenic acid (18:3n-3) ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น long-chain poly-unsaturated fatty acids เช่น eicosapentaenoic acid (EPA; 20:5n-3), docosahexaenoic acid (DHA) และ arach- idonic acid (AA; 20:4n-6)  ดังนั้นการทานเจทำให้มีโอกาสขาดกรดไขมัน ที่จำเป็นได้

5. ธาตุเหล็ก ถึงแม้ว่ายังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่บ่งชี้ว่าเด็กที่ทานเจจะมีการขาดธาตุเหล็กมากกว่าเด็กที่ทานปกติ แต่เด็กที่ทานเจจะมีความต้องการธาตุเหล็กมากกว่าคนที่ทานปกติ 1.8 เท่า

คำแนะนำเบื้องต้นในการทานเจของเด็ก

1. รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะหมู่โปรตีนซึ่งโปรตีนที่จะมาทดแทนเนื้อสัตว์คือ โปรตีนที่ได้จากถั่วเมล็ดแห้งซึ่งปัจจุบันนี้มีการผลิตออกมาในรูปแบบของเต้าหู้แผ่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ทอด รวมถึงโปรตีนเกษตร

2. ความสะอาด การประกอบอาหารควรต้องปรุงสุกและสะอาด รวมถึงการเลือกดูเครื่องปรุงรสไม่ว่าจะเป็นซอส ซีอิ๊ว ต้องดูวันหมดอายุ และผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นต้น

3. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ต้องระวังอาหารรสมันจัดกับเค็มจัดเพราะอาหารเจมักจะปรุงด้วยวิธีการผัด-ทอดในน้ำมัน หากเป็นไปได้ควรหันมาบริโภคอาหารประเภทต้ม ย่าง อบ ยำ เช่น ยำมะเขือยาว แกงจืดเต้าหู้ ฯลฯ แทน 

4. ควรเลือกทานผัก-ผลไม้สด มากกว่าผักดอง เพราะผักสดมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักดอง

5. อาหารเจประเภทที่ปรุงด้วยวิธีการเคี่ยวนานๆ อาจทำให้คุณค่าของสารอาหารสูญเสียไป เช่น ต้มจับฉ่ายที่ต้องใช้เวลาเคี่ยวนาน ในส่วนนี้ต้องระวังเรื่องของคุณค่าอาหารจะหายไป รวมถึงความสะอาดของผักเพราะหากไม่ล้างให้สะอาดแล้วนำมาปรุง ก็เท่ากับสารพิษก็จะตกค้างอยู่ในหม้อ

6. ควรเติมเกลือไอโอดีนใส่ในการปรุงรสด้วย

7. ควรบริโภคข้าวกล้องมากกว่าข้าวขาว เพราะมีวิตามินแร่ธาตุ โปรตีนมากกว่าข้าวขาว

โดย นพ.วรุตม์ ทองใบ
4 ตุลาคม 2559

***หากคุณมีข้อสงสัยหรือปัญหาสุขภาพ สามารถสอบถามคุณหมอเพิ่มเติมได้ง่ายๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ คลิกที่นี่ เพื่อ log in แล้วพิมพ์คำถามของคุณ หลังจากนั้นรอรับคำตอบทาง email โดยเราจะมีทีมแพทย์เฉพาะทางที่ตรงกับปัญหาของคุณมากที่สุด เพื่อตอบคำถามนั้นๆ 


Loading ...
Success