พูดคุยกับแพทย์อย่างเป็นส่วนตัว ผ่านแอพ Chiiwii LIVE

เวชศาสตร์ชะลอวัย

  • Q การขับถ่าย
    09-04-2018 18:39:32

    ถ้าทานมาม่าหรืออาการที่เป็นประเภทแป้ง หรือโปรตีนบางตัวที่ไม่มีใยอาการ เมื่อทานไปมันจะไม่ขับถ่ายออกมาเลยหรอคะ คือทั้งหมดที่ทานถ้าในข้อมูลโภชนาการบอกว่าใยอาหาร0 กก. เช่นมาม่าคือทานไปแล้วมันก็จะอยู่ในร่างกายไม่สามารถขับถ่ายออกมาได้บ้างเลยหรอค่ะ รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ


    18-04-2018 16:01:43

    อาหารประเภทแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, และไขมัน เป็นกลุ่มที่ร่างกายคนสามารถย่อยและดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทั้งหมด จึงไม่มีส่วนที่ต้องขับถ่ายออกมาค่ะ

  • Q สอบถามอาหารเสริมg6pd
    06-03-2018 20:22:24

    ปริมาณเท่านี้ทานได้ไหมครับ Active ingredients Hydrolyzed collagen 350mg Tripeptide L-Glutathione 200mg Melon powder 100mg L-oysteine HCI anhydrous 100mg Acerola cherry extract 80mg Kiwi powder 60mg Coenzyme Q10 powder 10% 38mg Inactive Ingredients Microcrystalline cellulose (USP/Fccv) 58mg Magnesium stearate (USP/EU/Fcc)8mg Titanium dioxide (USP/FCC) 4mg Silicon dioxide (USP/EU/FCC) 2mg


    19-03-2018 16:17:21

    สวัสดีค่ะ

    สำหรับคนที่เป็นG6PDอาหารเสริมที่ต้องระวังคือ

    Arginine และ Ascorbic acid (วิตามินซี) ค่ะ เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงที่เม็ดเลือดแดงจะแตกง่ายขึ้นค่ะ

    หมออยากแนะนำให้รับประทานอาหารหรืออาหารเสริมที่ช่วยลดอนุมูลอิสระได้ดี อย่างเช่น วิตามินอี และ astaxanthin เพื่อช่วยป้องกันการแตกของเม็ดเลือด

    เสริม วิตามินบีรวม โดยเฉพาะ B6, B12, folic acid เพื่อช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ที่แข็งแรง

    และ NAC (N-acetyl-cysteine) ที่ช่วยบำรุงตับ และเพิ่มการสร้าง glutathione ซึ่งเป็นสารที่คนที่เป็น G6PD จะสร้างเองได้ไม่ดีเท่าที่ควรค่ะ

  • Q เป็น G6PD
    27-12-2017 09:22:47

    อยากทราบว่า เราเป็นG6PD สามารถกินวิตามินซี Ascorbic acid ไปในปริมาณ 100 มก. จะสามารถทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ไหมคะ? แล้วโรคนี้จะหายได้ไหมคะ?พอดีไปตรวจเลือดกับหมอที่เคยตรวจแล้วรู้ว่าเป็นG6PDมา หมอบอกว่ามันหายแล้วค่ะ แต่ไม่มั่นใจว่าจะหายจริงรึเปล่า(คือหลงทานยาแก้เจ็บคอที่มีส่วนผสมของAscorbic acid แล้วกังวลว่าเม็ดเลือดแดงจะแตกแต่กินไปตอน 17.00 น. วันถัดมา 9.20 น.ยังไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้นหรือว่าจะหายแล้วจริงๆคะ


    29-12-2017 15:07:22

    คนที่ป่วยเป็นโรคG6PDจะมีเม็ดเลือดแดงแตกง่าย ควรหลีกเลี่ยงวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินซีและเคในขนาดที่สูง รวมทั้งธาตุเหล็ก จากวิจัยยังไม่พบว่ามีการแตกทำลายของเม็ดเลือด ถ้าได้รับวิตามินซีไม่มากเกินไป เกินกว่า6 กรัมแต่มีรายงานหนึ่งเคส ในเด็กอายุ 10ปี ที่ได้รับ 1500 มิลลิกรัม ที่ทำให้มีอาการของเม็ดเลือดแตก ในความเห็นของหมอควรเลี่ยงการรับประทานถ้าไม่มั่นใจในความปลอดภัย  แต่ถ้ารับประทานไปแล้วไม่มีอาการอะไรก็คงไม่ต้องกังวลอะไรค่ะ 

    โรคG6PD เกิดจากการพร่องเอนไซม์Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase ซื่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมแบบ X-linked recessive จึงไม่หายขาดค่ะ

    ติดตามความรู้เรื่องผิวหนัง ความงาม และสุขภาพจากหมอหนึ่ง พ.ญ.ชุลีกร วรยิ่งยง ได้ที่http://www.facebook.com/dr1chuleekornและhttp://www.dr1wellness.blogspot.com

  • Q แก้ไขความอ้วน
    12-12-2017 13:00:12

    ตอนนี้ทำงานหนักเพื่อตอบสนองต่อความต้องการลูกค้า ทำให้ไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย การกินก็แย่ต้องไปกินข้าวกับลูกค้า ทำให้น้ำหนักขึ้น พอจะมีวิธีทางการแพทย์ช่วยในส่วนนี้ไหมครับ เพราะผมไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไรกว่าจะปิดงานนี้ได้ แล้วก็ไม่แน่ใจว่าโครงการต่อไป ลูกค้าจะเป็นแบบนี้อีกหรือป่าว(ปล.ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ อ้วนมาก รอบเอวสัก 50 นิ้ว ผมเป็นผู้ดูแล เพราะเค้าไม่มีใบขับขี่สากล พูดไทยก็ไม่ได้ แถม สุขภาพก็เสี่ยงหัวใจจะวายก่อนงานจะจบ) ผมเข้าใจเรื่องการลดน้ำหนักนะครับ การกินอาหาร การออกกำลังกาย แต่ ณจุดนี้ ถ้าผมปิดโครงการไม่ได้ ทีมผมและพนักงานอีกหลายครอบครัวต้องมีปัญหาแน่ๆครับ


    15-12-2017 20:05:08

    ในทางการแพทย์วิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุด คือ การปร้บพฤติกรรมในการใช้ชีวิต  ในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย อารมณ์ และการพักผ่อนค่ะ วิธีลดน้ำหนักโดยการกินหรือฉีดสารที่ช่วยเร่งการเผาผลาญทั้งที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติและสังเคราะห์ยังไม่ได้ผลชัดเจน  หรือในบางตัวที่เห็นผลก็อาจมีผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ค่ะ ส่วนเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ลดสัดส่วนมักเป็นลดเฉพาะที่ แต่ถ้าไม่ควบคุมเรื่องอาหารและออกกำลังกายน่าจะเห็นผลไม่ชัดเจนค่ะ เรื่องการออกกำลังกายใช้เวลาที่สะดวกเพียง30-45นาทีต่อวันสัปดาห์ละ3-5ครั้งก็มีผลดีในการลดน้ำหนัก คงต้องแบ่งเวลามาดูแลตัวเองบ้างค่ะ  เรื่องอาหารก็อาจควบคุมได้โดยเลือกชนิดอาหารและไม่ทานปริมาณมากถึงแม้ต้องดูแลลูกค้าเราก็สามารถเลือกทานได้นะคะ  ติดตามความรู้เรื่องผิวหนัง ความงาม และสุขภาพจากหมอหนึ่ง พ.ญ.ชุลีกร วรยิ่งยง ได้ที่http://www.facebook.com/dr1chuleekornและhttp://www.dr1wellness.blogspot.com

  • Q เนื้อมะพร้าวอ่อนเป็นกะทิหรือไม่
    04-12-2017 01:08:43

    ที่บ้านซื้อมะพร้าวเป็นทลายมาจากตลาดขายส่ง นำมาเฉาะเอง ทานทั้งน้ำและเนื้อมะพร้าวน้ำหอมวันละสามมื้อ ทานมาเป็นอาทิตย์แล้วค่ะ ไม่ทราบว่าเนื้อมะพร้าวถ้าทานเยอะ ๆ จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพรึเปล่าคะ เพราะมันเหมือนจะเป็นกะทิ โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุค่ะ คุณแม่ชอบทานมาก ทานมื้อละ 3-4 แก้ว


    05-12-2017 16:41:09

    เนื้อมะพร้าวอ่อนนั้นจะมีส่วนประกอบหลักคือไขมันและคาร์โบไฮเดรต โดยไขมันที่ได้จากมะพร้าวนั้นคือ saturated fat เป็นหลัก ซึ่ง saturated fat จะสามารถเพิ่มระดับไขมันในเลือดได้ เนื้อมะพร้าวอ่อนปริมาณ 100 กรัมนั้นจะให้พลังงาน 81 กิโลแคลอรี่ จะมีส่วนประกอบหลักคือน้ำ และมีส่วนประกอบอื่นๆ คือไขมัน 5.9 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 3.8 กรัม, ไฟเบอร์ 3.2 กรัม, โปรตีน 1.8 กรัม, และวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ในคนปกติทั่วไปนั้นจะแนะนำให้ทาน saturated fat ไม่เกิน 7% ของปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับต่อวันหรือประมาณ 16 กรัม นอกจากนี้แล้วในเนื้อมะพร้าวยังประกอบด้วยน้ำตาลซึ่งสามารถส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน ดังนั้นหากเป็นไปได้ผู้ป่วยไขมันสูงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อมะพร้าวทั้งอ่อนและแก่จะดีที่สุด 

    ติดตามความรู้เรื่องผิวหนัง ความงาม และสุขภาพจากหมอหนึ่ง พ.ญ.ชุลีกร วรยิ่งยง ได้ที่http://www.facebook.com/dr1chuleekornและhttp://www.dr1wellness.blogspot.com

  • Q เป็นโรค G6PD กินวิตามีนได้วันล่ะกี่มิลลิกรัมครับ
    27-11-2017 10:01:34

    คือในเวย์โปรตีนมันมีวิตามีนซี 1 ซ้อนต่อ 100 มิลลิกรัม กิน 3 เวลาหลังอาหาร จะเป็น 300 มิลลิกรัม ต่อวัน เราสามารถกินได้มั้ยครับ


    28-11-2017 17:30:02

    จากวิจัยยังไม่พบว่ามีการแตกทำลายของเม็ดเลือด ถ้าได้รับไม่มากเกินไป เกินกว่า6 กรัม ที่พบในวิจัย ว่ามีปัญหาคือ ฉีดเข้าร่างกายมากกว่า 40-100 กรัม มีรายงานหนึ่งเคส ในเด็กอายุ 10ปี ที่ได้รับ 1500 มิลลิกรัม ที่ทำให้มีอาการของเม็ดเลือดแตก อย่างไรก็ตามในคนที่เป็นG6PDควรระมัดระวังในการรับประทานอาหารหรือยารวมทั้งอาหารเสริม ถ้ามีความผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุค่ะ

  • Q น้ำมันสำหรับประกอบอาหารที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
    27-09-2017 19:31:11

    การนำน้ำมันหมูมาใช้ประกอบอาหารแทนน้ำมันพืช เป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวหรือไม่ น้ำมันที่ควรใช้ประกอบอาหารที่เหมาะสมที่สุดควรเลือกอย่างไรให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ


    01-10-2017 19:35:53

    น้ำมันหมูหรือไขมันจากสัตว์บก เป็นไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวค่ะ

    ส่วนการพิจารณาเลือกน้ำมันอุณหภูมิที่ใช้ในการทำอาหารว่าเย็นหรือร้อนมากน้อยแค่ไหนค่ะ ถ้าในกรณีที่เป็นอาหารอุณหภูมิห้อง หรืออาหารที่ทานเย็น เช่น สลัดหรือยำต่างๆ หรือเอามาราดคลุกตอนอุ่นๆโดยน้ำมันไม่เดือด เช่น พาสต้า นั้น น้ำมันที่ดีควรเป็นชนิดที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ส่วนมากเป็นน้ำมันพืช เช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันงา เป็นต้นค่ะ ส่วนในกรณีที่ทำอาหารร้อน เช่นผัดหรือทอด ควรใช้ตรงกันข้ามค่ะ น้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอะโวคาโด เนย และน้ำมันจากสัตว์ (ทั้งหมู, เนื้อ, เป็ด, ไก่ ได้หมดค่ะ) เหตุผลที่เลือกแบบนี้ก็เพราะว่า กรดไขมันไม่อิ่มตัว(ซึ่งเป็นไขมันที่ดี) นั้น เป็นเหมือนนางเอก บอบบางและไม่ทนความร้อนค่ะ เมื่อโดนร้อนจนน้ำมันเดือด จะเกิดสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกายหลายชนิด เรียกรวมๆ ว่า โพลาร์คอมพาวด์ (Polar Compound) ซึ่งยิ่งรับประทานเป็นเวลานานก็จะยิ่งทำลายสุขภาพค่ะ ถ้าจะเลือกน้ำมันติดบ้านไว้หนึ่งอย่าง แนะนำเป็น น้ำมันมะพร้าวค่ะ เพราะทนความร้อนสูงได้ดีไม่กลายสภาพ และหากนำมาปรุงอาหารที่ไม่ร้อนด้วยตัวมันเองก็เป็นน้ำมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วยค่ะ (น้ำมันอะโวคาโดก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดี แต่ราคาแพงกว่าและหายากในบ้านเราค่ะ) อย่างไรก็ตามนอกจากการการบริโภคน้ำมันที่ดีในปริมาณที่พอเหมาะแล้ว การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและออกกำลังกายสม่ำเสมอล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันไขมัน(ไม่ดี)ในเลือดสูงค่ะ Tricks&Tips: น้ำมันมะพร้าว (coconut oil) ในท้องตลาดมีสองแบบคือ แบบสกัดเย็น(cold-pressed coconut oil) และ น้ำมันมะพร้าวสำหรับทำอาหาร (coconut oil for cooking) น้ำมันมะพร้าวแบบสกัดเย็น(cold-pressed coconut oil) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าใช้เย็นๆค่ะ ดูง่ายๆคือจะสีใสและเป็นไขสีขาวเมื่อตั้งไว้ในอุณหภูมิห้อง ชนิดนี้จะมีประโยชน์ในการทำ oil pulling detox คือกินเปล่าๆ 1 ช้อนโต๊ะตอนเช้า หรือจะนำมาใช้ทำอาหารก็ได้ค่ะ ข้อเสียที่บางคนไม่ชอบคือจะมีกลิ่นมะพร้าวที่ค่อนข้างแรง ดังนั้นถ้าจะทำอาหารสามารถเลือกแบบที่สองคือ น้ำมันมะพร้าวสำหรับทำอาหาร (coconut oil for cooking) อันนี้จะสีเหลืองกว่า ไม่แข็งตัวในอุณหภูมิห้อง กลิ่นจะอ่อนลงมา ทำให้ปรุงอาหารได้หลากหลายมากขึ้นค่ะ

  • Q การตรวจสอบสารอันตรายในครีมทาหน้า
    07-08-2017 13:01:12

    อ่านเจอว่าในครีมและเครื่องสำอางอาจมีสารอันตรายหลายตัว เช่น ตะกั่ว ปรอท ไฮโดรควิโนน สเตียรอยด์ ที่บ้านมีคนซื้อครีมไม่มีอย.มาใช้ครับ ได้ผลดี หน้าขาวใส สิวและผดหาย และไม่มีอาการแพ้ใดๆ แต่ยังกังวลอยู่ว่าจะมีสารอันตรายหรือเปล่า เลยจะขอสอบถามว่า เรามีวิธีทดสอบสารอันตรายต่างๆในครีมด้วยตนเองมั้ยครับ


    07-08-2017 23:28:43

    วิธีทดสอบสารอันตรายในเครื่องสำอางด้วยตนเองอย่างง่ายๆ มีดังนี้ค่ะ   

    1.การทดสอบสารตะกั่ว ทำได้โดยนำเครื่องสำอางถูกับแหวนทองหรือสร้อยทอง ทิ้งไว้สักครู่ ถ้าครีมเปลี่ยนสีเข้มคล้ำหรือดำขึ้น ให้สงสัยว่าอาจมีสารตะกั่ว

    2.การทดสอบสารปรอท ทำได้โดยเอาเครื่องสำอางป้ายวนบนกระดาษสีดำจนใกล้ๆแห้ง ถ้าเจอคล้ายเม็ดทรายสงสัยว่าอาจมีสารปรอท

    3.การทดสอบสารไฮโดรควิโนน ทำได้โดยหยดหรือป้ายเครื่องสำอางในน้ำผงซักฟอกเข้มข้น ทิ้งไว้สักครู่ หากเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แสดงว่าอาจมีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนน

    4.การทดสอบสารสเตียรอยด์ ทำได้โดยเอาเครื่องสำอางทาที่ท้องแขนและปิดพลาสเตอร์ และปิดพลาสเตอร์ในจุดท้องแขนที่ใกล้กัน ทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง ถ้าจุดที่ปิดเครื่องสำอางเป็นสีขาวขึ้นให้สงสัยว่าอาจมีสารสเตียรอยด์

    การทดสอบเบื้องต้นอย่างง่ายๆสามารถทำได้ด้วยตนเอง แต่ผลอาจไม่แน่นอน เพื่อความถูกต้องอาจใช้ชุดทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือส่งตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ค่ะ

    ติดตามความรู้เรื่องผิวหนัง ความงาม และสุขภาพจากหมอหนึ่ง พ.ญ.ชุลีกร วรยิ่งยง ได้ที่http://www.facebook.com/dr1chuleekornและhttp://www.dr1wellness.blogspot.com

  • Q ร่างกายทรุดโทรม ไม่สมวัย
    04-08-2017 07:39:46

    อยากมีตางรางเมนูการบริโภคในแต่ละวันครับ และแผนการดำเนินชีวิตของแต่ละวันอ่ะครับ


    07-08-2017 12:19:35

    โดยทั่วไปการบริโภคอาหารในแต่ละวันมีความต้องการแตกต่างกันไปขึ้นกับอายุ เพศ โรคประจำตัว และภาวะของร่างกาย แต่มีหลักการคร่าวๆสำหรับคนทั่วไปดังนี้ คือ 

    1. ตามคำแนะนำของ Thai Recommended Daily Intakes(Thai RDI) ระบุปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับคนไทยที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป ต้องการพลังงานวันละ 2000 กิโลแคลอรี่

    2.กลุ่มข้าวแป้งควรได้รับ 8-12 ทัพพีต่อวัน ผักวันละ 6 ทัพพี ผลไม้เมื่อรวมกับผักแล้วไม่น้อยกว่าครึ่งกิโลกรัม เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว เมล็ดแห้ง 6-12 ช้อนกินข้าว นมไขมันต่ำวันละ1 แก้ว

    3.หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม โดยควรบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6ช้อนชาต่อวัน น้ำมันไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน เกลือไม่เกินวันละ 1 ช้อนชาหรือน้ำปลาไม่เกินวันละ 3ช้อนชา

    4.หลีกอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของมึนเมา

    5.เน้นความสำคัญของอาหารสุขภาพ ได้แก่ ข้าวแป้งไม่ขัดสี ผัก ผลไม้ ไก่ ปลา นมไขมันต่ำ น้ำมันจากพืชและถั่ว เลี่ยงไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ เครื่องดื่มรสหวาน เนื้อแดง

    6.ดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หลีกเลี่ยงน้ำเย็น จิบช้าๆ

    การปฏิบัติตัวด้านชะลอวัยด้านอื่นๆ ทำได้โดย

    1.พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง หลับในที่มืดสนิทโดยเฉพาะ 4ทุ่มถึงตีสอง

    2.ขับถ่ายทุกวัน

    3.ออกกำลังกาย20-45นาที 3-5 ครั้งต่ออาทิตย์

    4.ปรับสภาพจิตใจให้ผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียด

    ติดตามความรู้เรื่องสุขภาพ ผิวหนังและความงามจากหมอหนึ่ง พ.ญ.ชุลีกร วรยิ่งยง ได้ทาง http://www.facebook.com/dr1chuleekorn และ http://www.dr1wellness.blogspot.com


  • Q ฮอร์โมนเพศชายหญิงในสว.
    19-07-2017 12:40:50

    ผมอายุ54ปีรู้สึกว่าฮอร์โมนเพศลดลงต้องการให้ร่างกายยังสร้างฮอร์โมนเพศอยู่โดยออกกำลังกายและรับแสงแดดตอนเช้าแต่รู้สึกว่าไม่พออยากทานสมุนไพรปลาไหลเผือกบอกว่ากระตุ้นสร้างฮอร์โมนเพศหรือกินกาวเครือแดงซึ่งเป็นฮอร์โมนเข้าไปทดแทนเลยเห็นว่ามันจะยิ่งทำให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนเพศน้อยลงไปเพราะมีกาวเครือแดงมาชดเชยแล้ว ควรทานอะไรดีและจะเป็นสาเหตุุให้เกิดมะเร็งไหมครับ(เห็นว่าไม่ควรสัมผัสหรือได้รับฮอร์โมนเพศจากภายนอก ส่วนเมียผมอายุ45ปีมีประจำเดือนลดลงเหลือมา2-3วันก็หมดก็อยากให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนเพศเองอีกเหมือนกันจะกินกาวเครือขาวหรือว่านชักมดลูกแล้วจะกลายเป็นมะเร็งไหมครับจะมีผลดี-เสียอย่างไรครับ ขอบคุณครับ


    20-07-2017 22:49:11

    การปรับสมดุลย์โดยใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์หรือการใช้สมุนไพรในวัยทองเป็นเรื่องที่ยังถกเถียงในเรื่องของประโยชน์ โทษและผลข้างเคียง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจในการวิจัยเพิ่มเติมต่อไป การใช้สมุนไพรในการปรับสมดุลย์ของแพทย์แผนไทยจะใช้เป็นยาตำรับมากกว่าที่ใช้เป็นสมุนไพรเดี่ยว เนื่องจากในตำรับจะมียาที่ช่วยในการปรับฤทธิ์ยาในตำรับเพื่อเพิ่มสรรพคุณและลดผลข้างเคียง ในทางแพทย์แผนตะวันออกทั้งไทยและจีนจะอาศัยการตรวจร่างกายเพื่อเพิ่มหรือลดตัวยาในตำรับซึ่งเหมาะกับแต่ละบุคคลต่างกันไป เช่นเดียวกับการให้ฮอร์โมนสังเคราะห์ก็ต้องมีการตรวจระดับฮอร์โมนในเลือดในการช่วยปรับยา ดังนั้นทั้งหมดควรอยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อความปลอดภัย เมื่อเข้าสู่วัยทองการดูแลตัวเองสามารถทำได้โดยออกกำลังกาย พักผ่อนเพียงพอ ลดความเครียดและวิตกกังวล นอกจากนี้ยังสามารถใช้อาหารเป็นยาได้โดยในเพศหญิงการรับประทานน้ำมะพร้าว เต้าหู้และผลิตภัณฑ์จากเต้าหู้ ถั่วงา และflax seedสามารถเพิ่มเอสโตรเจน อาหารที่เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ได้แก่ ถั่วงา เมล็ดทานตะวัน ข้าวโอ๊ต หอยนางรม ไข่ กะหล่ำปลีและผักใบเขียว และลดการบริโภคน้ำตาล หมอได้เขียนเรื่องวัยทองในมุมมองของแพทย์แผนต่างๆรวมทั้งการดูแลและอาหารเป็นยา อ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง วัยทอง วัยรวยและการดูแลโดยแพทย์ผสมผสาน

Loading ...
Success