กระดูกและข้อ

  • Q กล้ามเนื้ออักเสบค่ะ
    19-10-2017 12:02:55

    สักประมาณ 2 เดือนก่อนหน้านี้ มีอาการเจ็บหน้าอก เจ็บร้าวไปด้านขวาบ้าง ซ้ายบ้าง ไปพบหมอตรวจหัวใจมาแล้วค่ะ หมอบอกว่าหัวใจปกติ น่าจะเป็นกล้ามเนื้อ และก็เป็นๆ หายๆมาตลอด บางครั้งแค่ทำงานตามปกติ ตกเย็นก็ปวด เป็นๆ หายๆ ส่วนขา หากวันไหนเดินเยอะกว่าปกติ ล่าสุดแค่ระยะเซ็นเตอร์วันไปสถานีรถไฟฟ้า ก็มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อน่องอยู่ 3 วันเต็มๆ เจ็บจนต้องทานยา อาการเหล่านี้เข้าข่ายร้ายแรงจนต้องไปพบแพทย์ไหมคะ ขอบคุณค่ะ


    21-10-2017 17:47:58

    สวัสดีครับ

    ไม่น่าอันตรายนะครับ อาจลองทานยาคลายกล้ามเนื้อดูก่อนก็ได้ครับ ทานยาลดอาการอักเสบ ยานวดลดอาการปวดดูได้ครับ

    ขอบพระคุณครับ

    หมอพนธกร

  • Q ปวดหัวเข่า
    30-09-2017 20:02:58

    สวัสดีครับ ผมมีอาการปวดหัวเข่าด้านขวาด้านนอก มีอาการปวดจิ๊ดๆเจ็บมากครับ แต่ไม่ได้ปวดตลอดเวลา เวลาเดินจะปกติไม่ปวดครับ แต่จะปวดตอนยืนเฉยๆ หรือตอนนั่ง และตอนนอนครับ อยากทราบว่าเป็นอะไรครับ


    04-10-2017 22:27:48

    เรียนสอบถามครับ 

    ไม่ทราบว่า อายุเท่าไหร่ครับ เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุมาหรือไม่ครับ

    โดยทั่วไป อาการลักษณะเช่นนี้ อาจเป็นตั้งแต่อาการของกล้ามเนื้อเส้นเอ็นรอบเข่าอักเสบ จนถึงอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมก็ได้ครับ หากมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุมาก่อนก็อาจเป็นสาเหตุของหมอนรองกระดูกฉีกขาดร่วมด้วยได้ครับผม

    ขอบพระคุณครับ

  • Q เจ็บชายโครงด้านขวาแถวใต้ราวนม
    14-09-2017 07:46:14

    หมอค่ะพอดีมีอาการเจ็บชายโครงด้านขวามาประมาณ3เดือนเวลาเดินต้องเดินแบบงอตัวค่ะจะได้ไม่ปวดมากพอไปหาหมอที่รพ.หมอก้อซาวน์ให้แต่บอกว่าไม่เป็นอะไรแล้วบอกว่าอาจจะกระดูกอ่อนอักเสบเลยให้ยาพวกแก้ปวดมากินอาการก้อทุเลาขึ้นแต่ยังเสียวแปลบๆ อยู่ค่ะไม่หายไม่ทราบอาการแบบนีเกิดจากอะไรค่ะ ขอบคุนค่ะ


    17-09-2017 13:18:15

    สวัสดีครับ 

    อาการเจ็บบริเวณชายโครงเป็นได้หลายสาเหตุมากครับ ตั้งแต่ภาวะการอักเสบของกระดูกอ่อนชายโครง ภาวะปอดอักเสบ ภาวะติดเชื้อบางชนิด แต่ที่พบกันบ่อยๆ และสัมพันธ์กับท่าทางคือ ภาวะกระดูกอ่อนชายโครงอักเสบ costochondritis ครับ ซึ่งอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นหลังทานยาแก้อักเสบครับ รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใข้งานครับ

    ขอบพระคุณครับ

     

    user upload image
  • Q ชานิ้วเท้า
    08-09-2017 10:05:53

    สวัสดีค่ะคุณหมอ ปัจจุบันมีอาการรู้สึกซ่าๆที่นิ้วเท้าโดยเฉพาะนิ้วก้อย นิ้วนางและนิ้วโป้ง เฉพาะข้างขวา โดยจะเป็นมากเวลาตื่นนอนและเดินก้าวแรกๆ สักพักก็จะหายค่ะ ระหว่างวันรู้สึกซ่าๆบ้าง แต่ไม่ตลอดเวลาค่ะ มีอาการปวดเมื่อยต้นขาช่วงบนด้านลังเล็กน้อย หากยืนนิ่งๆสักพักก็จะปวดเท้าข้างขวาด้วยค่ะ(แต่ตอนเดินไม่ปวด) ก่อนหน้านี้ไปเที่ยวต่างประเทศเดินเยอะมากตั้งแต่ 9.00-23.00 (ใส่รองเท้าค่อนข้างคับ) เป็นเวลา 1 อาทิตย์ จะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการซ่าๆนี้ได้ไหมคะ อาการที่เป็นอยู่ เป็นมา 1 อาทิตย์แล้วยังไม่หายเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ


    12-09-2017 21:59:11

    สวัสดีครับ

    อาการปวดชาตรงนิ้วเท้า ร่วมกับปวดตึงเท้านั้น อาจเกิดจากหลายสาเหตุครับ แต่ที่พบบ่อยๆ จากการเดินใช้งานที่เยอะ ก็คือ ภาวะพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ หรือภาวะรองช้ำ ซึ่งการรักษาภาวะรองช้ำ ประกอบไปด้วยการทำกายภาพบำบัด นวดด้วยลูกบอล การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานของเท้า รวมถึงการซื้อรองเท้าที่เหมาะสมมาใช้ตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัดครับ หากยังไม่ดีขึ้นก็เพิ่มการรักษาด้วยการทานยาลดการอักเสบ นวดด้วยาลดการอักเสบได้ครับ ก่อนจะถึงการผ่าตัดนั้นยังมีอีกหนึ่งเทคนิคการรักษานั่นก็คือการฉีดยาลดอาการอักเสบเข้าไปบริเวณใต้ต่อส้นเท้าซึ่งจะทำให้อาการปวดดีขึ้นมากครับ 

    สุดท้ายหากลองวิธีต่างๆเหล่านี้แล้วยังไม่ดีขึ้นแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการวางแผนการรักษาอีกครั้งหนึ่งครับ

     

    ขอบพระคุณครับ 

    นพ.พนธกร

     

  • Q เจ็บปลายนิ้วชี้ ตอนพิมพ์งาน
    07-09-2017 15:01:08

    สอบถามหน่อยคะ เจ็บปลายนิ้วชี้ ตอนพิมพ์งานคอม ตอนคลิกเม้าส์อะคะ เป็นเพราะอะไรหรอคะ


    12-09-2017 21:53:32

    สวัสดีครับ 

    อาการเจ็บนิ้วชี้เวลาคลิ๊กเม๊าท์ อาจเกิดจากการใช้งานที่เยอะเกินไปครับ ทำให้อาจเกิดภาวะเส้นเอ็นบริเวณข้อนิ้วมืออักเสบจากการใช้งานครับ คำแนะนำก็คือ ลดการใช้งาน ร่วมกับใช้ยาทาลดอาการอักเสบ เช่น โวทาเรนเจล นวดบริเวณที่เป็นบ่อยๆ ก็จะช่วยได้ครับ

    ขอบพระคุณครับ

  • Q กระดูกงอก
    03-09-2017 01:13:50

    ดิฉันเพิ่งผ่าเอากระดูกส้นเท้าออกไปทั้ง2ข้างจะเกิดขึ้นได้อีกไหม


    03-09-2017 16:55:54

    สวัสดีครับ

    อาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้อยู่ครับ ซึ่งเกิดจากการใช้งานและอายุที่มากขึ้นครับผม แนะนำให้ติดตามการรักษากับแพทย์ผู้ผ่าตัดอย่างต่อเนื่องครับผม


  • Q มีอาการชาที่นิ้วก้อยและนิ้วนางหลายวัน หลังจากศอกกระแทกของแจ็ง
    02-09-2017 14:11:07

    มีอาการชาที่นิ้วก้อยและนิ้วนางหลายวัน หลังจากศอกกระแทกของแจ็ง 28/8/60ข้อศอกขวากระแทกของแข็ง ตอนที่กระแทกมีอาการชาที่แขน นิ้วนางและนิ้วก้อยมากๆ หลังจากนั้นอาการก้อดีขึ้น หลังจากวันที่กระแทก ก็มีอาการชานิดๆที่นิ้วก้อยและนิ้วนางบ้าง เวลายกแขนขึ้น เหยียดตรงไม่เป็นไร แต่พองอแขนแบบเอามือมาวางบนหัว นิ้วก้อยและนิ้วนางจะชาแปลบๆ พอเหยียดแขนก็ชาน้อยลง(แต่ยังรู้สึกชาอยู่) วันนี้2/9/60 รู้สึกชานิดๆที่นิ้วก้อยกับนิ้วนางทั้งวันเลย ต้องการปรึกษาคุณหมอว่าอาการแบบนี้จะใช้เวลาหายเป็นปกติทั่วไปประมาณกี่วันคะ แล้วควรใช้แขนขวาน้อยๆไปก่อนจนกว่าจะหายเป็นปกติมั้ยคะ ถ้าหลังจากนี้อีกกี่วันอาการไม่ดีขึ้นถึงควรไปหาหมอคะ


    03-09-2017 16:54:16

    สวัสดีครับ 

    อาการที่คุณผู้หญิงเป็น อาจเข้าได้กลับภาวะเส้นประสาทที่ข้อศอกถูกกดทับ ซึ่งอาจเกิดจากการยืดของเส้นประสาท  การกดทับจากเยื่อพังผืดที่ทำหน้าที่เป็นอุโมงค์ ให้เส้นประสาทผ่าน หรือการเสียดสีของเส้นประสาทกับปุ่มกระดูกมากๆ หรือนานๆ จะทำให้การบาดเจ็บของเส้นประสาทอัลน่าร์ และการนำกระแสประสาทผิดปกติ 

    การรักษาในช่วงแรก แนะนำให้ทำการปรับเปลี่ยนการใช้งานข้อศอกครับการหลีกเลี่ยงสาเหตุ เช่น การงอข้อศอกนาน ๆ  ซึ่งเป็นการรักษาที่สำคัญที่สุด อาจใช้เวลาเป็นหลายสัปดาห์ครับ การเคลื่อนไหวข้อศอกต้องหยุดพัก เมื่อเริ่มมีอาการชา จากนั้นอาจเริ่มการรักษาโดยใช้ยาแก้อักเสบ หรือทานยาบำรุงประสาท vitamin B หากการรักษาโดยวิธีข้างต้นไม่ได้ผล ควรไปพบแพทย์ครับ 

    ขอบพระคุณครับ

    user upload image
  • Q ปวดหลังบริเวณก้นกบ
    31-08-2017 12:18:52

    ปวดหลังบริเวณก้นกบ ปวดจี๊ดๆเวลาขยับตัวเวลาลุกนั่ง นอนพลิกตัว ปวดเวลาเดินหรือนั่ง ปวดลงก้นข้างขวา เคยมีประวัติลื่นล้มกระดูกก้นกบหักก่อนหน้านี้ 5 ปีค่ะ มีโอกาสเป็นโรคอะไรบ้างคะ


    03-09-2017 16:46:32

    สวัสดีครับ 

    อาการปวดสะโพก เกิดได้จากหลายสาเหตุครับ แต่เท่าที่ดูจากประวัติมีอาการปวดบริเวณก้นกบ ปวดหลังบริเวณก้นกบ ปวดจี๊ดๆเวลาขยับตัวเวลาลุกนั่ง เวลาลุกเดิน อาจเข้าได้กับโรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท‬ (Piriformis Syndrome) หรือที่คนไทยเรียกว่า โรคสลักเพชรจมครับ เกิดจากกล้ามเนื้อสะโพกมีการหนีบทับเส้นประสาทเกิดขึ้น กล้ามเนื้อที่พบบ่อยว่ากดทับหรือหนีบทับเส้นประสาท คือ กล้ามเนื้อ (Piriformis) ชึ่งโรคนี้ชื่อว่า (Piriformis Syndrome)  ผู้ป่วยจะมีอาการปวดสะโพกร้าวลงขาเรื้อรัง และมีอาการปวดสะโพกบริเวณที่นั่งทับ อาจจะมีอาการเล็กน้อย จนถึงขั้นรุนแรงครับ

    การรักษาอาจเริ่มที่การทำกายภาพบำบัด ร่วมกับทานยาลดการอักเสบดูก่อนครับ หากไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายโดยละเอียดต่อไปครับผม ซึ่งจะมีตั้งแต่การฉีดยาลดอาการอักเสบกลุ่ม Steroid เข้าไปที่กล้ามเนื้อ จะทำให้อาการดีขึ้นครับ

    ขอบพระคุณครับ
    นพ.พนธกร

    user upload image
  • Q ปวดมือทั้งสองข้าง
    28-08-2017 14:11:08

    เป็นมาเกือบปีแล้วเคยไปฉีดยาทั้งสองข้างดีขึ้นประมาณ 1 เดือนก็กลับมาปวดอีก กลางคืนกับตอนเช้าๆกำมือไม่ได้เลยค่ะ มีแนวทางแก้ไขไหมคะ มียาทานไหมคะ ต้องใช้มือทำงานทั้งวันค่ะ ขอบคุณค่ะ


    30-08-2017 23:43:52

    สวัสดีครับ 

    อาการที่เป็นน่าจะเป็นจากการเป็นพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือครับ Carpal Tunnel Syndrome การรักษาเริ่มต้นตั้งแต่การรับประทานยาลดอาการอักเสบ จำพวก Ibuprofen, naproxen, diclofenac ปรับเปลี่ยนการใช้งานข้อมือ การฉีดยา การผ่าตัดครับ ค่อยๆรักษาเป็นขั้นตอนไปครับ ถ้าหากฉีดยาทั้งสองข้างดีขึ้นประมาณ 1 เดือนก็กลับมาปวดอีก อาจฉีดยาซ้ำอีกได้ครับ หากไม่ดีขึ้นการผ่าตัดจะเป็นวิธีสุดท้ายครับ

    ขอบคุณครับ

    user upload image
  • Q หัวกระดูกสะโพกขาดเลือด
    18-08-2017 08:30:30

    เป็น SLE มาประมาณเกือบ 4 ปี ตอนอาการหนักทานยาสเตียรอยด์ 12 เม็ดต่อวัน ทุกวันนี้อาการดีขึ้นทานสเตียรอยด์วันละ 2 เม็ด ผลที่เกิดขึ้นทำให้เริ่มปวดสะโพก ผล MRI บ่งชี้ว่าเป็นหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด ตอนนี้จะปวดสะโพกตอนเปลี่ยนอิริยาบถ แต่ตอนนั่งและเดินจะไม่ปวดสะโพก แต่มีปัญหาปวดเข่าเวลาเดิน อยากเรียนถามว่า 1. ถ้าอาการประมาณนี้จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเลยหรือไม่ 2. ความรุนแรงของอาการขนาดใดจึงควรจะผ่าตัดทันที 3. การผ่าตัดแบบไม่ตัดกล้ามเนื้อเทียบกับการผ่าด้านหลังต่างกันอย่างไร 4. ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทั้งสองแบบราคาประมาณเท่าไหร่ 5. มีวิธีการรักษาด้วยการไม่ผ่าตัดหรือเปล่า 6. ช่วงระหว่างรอมีวิธีบำบัดอาการปวดเข่าได้อย่างไรบ้าง


    20-08-2017 15:10:57

    สวัสดีครับ

    ขออนุญาตตอบเป็นข้อๆนะครับ

    1-2. อาการที่ควรรักษาด้วยการผ่าตัดคือ อาการปวดสะโพกเรื้อรัง ปวดเวลาเปลี่ยนท่าทาง ข้อสะโพกเสื่อมที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดินขึ้นลงบันได การออกกำลังกาย ไปจนถึงการนอนหลับพักผ่อน และหากรักษาด้วยวิธีต่างๆ แล้วยังไม่ดีขึ้น การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมคือ วิธีการรักษาที่ช่วยให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้งครับ นอกจากอาการที่กล่าวมาแล้ว ระยะของโรคก็เป็นอีกส่วนหนึ่งในการพิจารณาการรักษาครับ ซึ่งระยะของโรคนั้นจะเห็นได้จาก x-ray MRI ดังนั้น ควรพบแพทย์เพื่อวางแผนร่วมกันในการรักษาครับ

    3/5. การรักษาข้อสะโพกเสื่อมหรือกระดูกสะโพกตาย ในระยะเริ่มแรก อาจใช้วิธีการรักษาด้วยยา เช่น ให้ยาลดอาการอักเสบและอาการปวด ร่วมกับทำกายภาพเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อข้อสะโพก แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้น อาจต้องรับการรักษาด้วยการผ่าตัด

    การผ่าตัดข้อสะโพกด้วยวิธีดั้งเดิมจะทำการผ่าตัดโดยวิธีหลักๆ 2 วิธี คือ

    1. การผ่าตัดโดยเปิดแผลเข้าทางด้านหลัง (Posterior approach) ซึ่งเป็น บริเวณที่มีกล้ามเนื้อเยอะ ในการผ่าตัดจำเป็นต้องตัดกล้ามเนื้อออก เพื่อใส่ข้อสะโพกเทียมเข้าไปแล้วจึงเย็บกล้ามเนื้อกลับ เข้าไปอีกครั้ง การฟื้นตัวค่อนข้างช้าเพราะมีการตัดกล้ามเนื้อ อาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวนาน 8-12 สัปดาห์ ที่สำคัญคือ มีโอกาสที่ผ่าตัดไปแล้วจะเกิดข้อสะโพกหลุดหลังผ่าตัดตั้งแต่ 0.5-2%

    2. การผ่าตัดเข้าทางด้านข้าง (Lateral approach) ซึ่งก็เป็นการผ่าตัดที่ต้องทำการตัดกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อสะโพก ออกเช่นเดียวกัน และการผ่าตัดโดยเข้าทางด้านข้างนี้  เนื่องจากต้องมีการตัดกล้ามเนื้อสำคัญในการเดิน การตัดกล้ามเนื้อระหว่างการผ่าตัด จะส่งผลให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดของคนไข้ช้าลง บางรายหลังผ่าตัดยังเดินไม่สะดวก ต้อง อาศัยไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยการเดิน รวมถึงอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดมี มากกว่า

    ล่าสุดมี เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ ที่เรียกว่า ‘Direct Anterior Approach Total Hip Replacement’ ซึ่งเป็นการผ่าตัดรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป

    ‘การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ’ เป็นการผ่าตัดทางเลือกใหม่ที่แตกต่างจากวิธีการผ่าตัดด้วยวิธีดั้งเดิม เป็นการผ่าตัดโดยการเข้าทางด้านหน้า ซึ่งเป็นการเข้าระหว่างกล้ามเนื้อ Tensor fascia lata และ Sartorius ซึ่งจะไม่มีการตัดกล้ามเนื้อใดๆ ขณะผ่าตัดเลย และจะใช้เครื่องมือพิเศษแหวกกล้ามเนื้อเข้าไปและยกกระดูกขึ้นเพื่อใส่ข้อสะโพก เทียมเข้าไป

    การผ่าตัดแบบนี้ กล้ามเนื้อของผู้ป่วยจะบอบช้ำน้อยกว่า ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดี และเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเดิมมาก ในบางรายสามารถเดินได้ทันทีหลังผ่าตัด แพทย์ผู้ผ่าตัดสามารถควบคุมความสั้นยาวของขาหลังผ่าตัดได้ง่ายกว่า มีโอกาสข้อสะโพกหลุดหลังผ่าตัดน้อย เนื่องจากไม่มีการตัดกล้ามเนื้อ ทำให้ข้อสะโพกมีความมั่นคง และที่สำคัญอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดน้อยมาก

    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่ แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ ด้วยเทคนิกซ่อนแผลผ่าตัด ไม่มีการตัดกล้ามเนื้อใดๆ ทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น เจ็บปวดน้อย หลังผ่าตัดสามารถเดินได้โดยไม่มีการเอียงของลำตัว (Limping) กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงของข้อสะโพกเทียมหลุดหลังผ่าตัด เนื่องจากกล้ามเนื้อด้านหลังไม่ได้ถูกตัด และด้วยเทคนิกการผ่าเข้าทางด้านหน้าช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมความยาวของขาให้เท่ากัน โดยแพทย์จะใช้ Digital Template Surgical Planning วางแผนก่อนผ่าตัดกระดูกและเลือกขนาดข้อเทียมที่เหมาะสม ร่วมกับการใช้ C-arm x-ray วางตำแหน่งข้อเทียมให้ถูกต้องขณะผ่าตัดอีกครั้ง

    ต่างจากการผ่าตัดแบบเดิมที่เปิดแผลผ่าตัดทางด้านหลัง (Posterior approach) หรือทางด้านข้าง (Lateral approach) ซึ่งมีการตัดกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกส่งผลให้เจ็บปวดเพิ่มขึ้น แผลผ่าตัดยาว 6-8 นิ้ว การฟื้นตัวหลังผ่าตัดช้าลง เสี่ยงข้อสะโพกเทียมหลุดหลังผ่าตัด และขายาวไม่เท่ากันหลังผ่าตัด

     

    4. ค่าใช้จ่าย จะขึ้นอยู่กับอายุ กิจกรรมของผู้ป่วย ซึ่งจะใช้ข้อสะโพกเทียมในลักษณะที่แตกต่างกันครับ เช่น ข้อสะโพกเทียมแบบเหล็กหรือข้อสะโพกเทียมแบบ ceramic สามารถติดต่อทำนัดเพื่อตรวจดูได้ครับผม

    6. อาการปวดเข่าอาจเกิดจากโรคข้อสะโพกที่เป็นอยู่ได้ครับ (refer pain) เมื่อรักษาสะโพกแล้ว อาการต่างๆ เหล่านี้จะหายไปครับ

    รายละเอียดเพิ่มเติมครับ

    http://www.bangkokhospital.com/index.php/th/center-of-excellence/bone/hip-knee-center#tab3

    http://www.bangkokhospital.com/index.php/th/diseases-treatment/direct-anterior-approach-cosmetic-incision-hip-replacement-1

    หากมีคำถามใดสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ

    ขอบพระคุณครับ

    นพ.พนธกร

Loading ...
Success