#เราจะส่งเสริมEFในเด็กพิเศษได้อย่างไร

ใครติดซีรีย์ ‘Good Doctor’ จากเกาหลี เหมือนแอดมินบ้าง ยกมือขึ้นค่าา
แอดถึงกับต้องไปค้น ว่าเด็กน้อยในเรื่อง ที่เป็น ‘ออทิสติก ซาวองก์’ หรือ ออทิสติก ที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะ นั้นเป็นอย่างไร?

‘Autistic savant’ refers to individuals with autism who have extraordinary skills not exhibited by most persons.
.
แล้วแอดยังขอให้ คุณครูนิ่ม ‘นิสิตา ปีติเจริญธรรม’
จากศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็กออทิสติก/เด็กสมาธิสั้น “บ้านอุ่นรัก” และผู้เชี่ยวชาญจาก Chiiwii มาช่วยให้ความรู้ว่า
‘เราจะส่งเสริม EF ในเด็กพิเศษได้อย่างไร?’
.
Executive function #EF
คือความสามารถของสมองและจิตใจ ที่ใช้ในการควบคุมความคิด อารมณ์ การกระทำ เพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมาย (คำนิยามจาก ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร)
.
ปัจจุบันแนวคิดแบบ EF นี้เริ่มเป็นที่กล่าวถึงในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งหากพิจารณาแนวทางของ EF จะพบว่า คล้ายคลึงกับแนวทางที่เราใช้ในการดูแลเด็กพิเศษอยู่ในปัจจุบัน
เราจึงสามารถนำกระบวนการ คิดแบบ EF มาสอดแทรกใน การดำรงชีวิต และทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะช่วยพัฒนากระบวนการคิด และการลงมือทำของเด็กพิเศษ ได้อีกทางหนึ่ง
.
โดยในการดูแลเด็กพิเศษ คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครู จำเป็นจะต้อง อาศัยเทคนิค 3 ประการมาช่วย คือ
1. การวางแผนงานแบบ Task analysis คือย่อยงาน ย่อยทักษะจากง่ายไปสู่ยาก

2.การชี้แนะ prompting เริ่มจากการ บอกบทโดยพูดอธิบายให้ทำ จับนำให้ลงมือทำ ตลอดจนให้สัญญานเตือน และค่อย ๆ ลดการช่วยลงทีละน้อย

3.Visual Learning คือ ฝึกให้เด็กๆ คิดถึงกระบวนการทำงาน 1 ชิ้นให้เป็นภาพ ที่เรียงต่อกันเหมือนภาพถ่าย เช่น หากต้องการให้เด็กแปรงฟันเราจะคิดเป็นภาพย่อยเป็นขั้นย่อยๆ ร้อยต่อกัน พร้อมกับแทรกการพูดสอนอธิบาย จับนำ ชี้ เช่น

จับแปรงสีฟัน  ใช้มืออีกข้างหนึ่งไปหยิบหลอดยาสีฟัน  บีบใส่แปรงสีฟัน  จุ่มแปรงสีฟัน  แปรงฟันปัดขึ้นลง และฝึกให้ลูกนับ 1-10  บ้วนปาก 5 ครั้ง  ล้างแปรง  เก็บแปรงสีฟันและยาสีฟันเข้าที่

.
เมื่อเราใช้ทั้งสามเทคนิคคือ
1. การย่อยงาน Task analysis 2. การชี้แนะ prompting 3. Visual Learning การเรียนรู้ทางสายตา
เข้ามาช่วยจนเด็กๆ ทำทักษะต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น จึงเริ่มนำกิจกรรมเดิมที่เด็กๆ คุ้นเคยมาฝึกให้เด็ก ๆ เริ่มต้นกิจกรรมด้วยตนเองอีกครั้ง
.
.
โดยกระตุ้นให้คิดเป็นระบบ คือ
1. มีการกำหนดเป้าหมายว่าตนเองกำลังจะทำอะไร
2. ฝึกวางแผนก่อนลงมือทำแบบ task analysis ให้เด็กๆ คิดเป็นขั้นย่อยๆ
3. ฝึกเด็ก ตัดสินใจและเริ่มลงมือทำ โดยระหว่างทาง คุณพ่อคุณแม่ใช้หลักช่วยชี้แนะเท่าที่จำเป็นด้วยการพูด จับนำ หรือให้สัญญานช่วย เพื่อสนับสนุนให้เด็ก ๆ ประสบความสำเร็จทีละน้อย
4.ประเมินผลว่า ผลงานที่เกิดเป็นไปตามคาดหวังหรือไม่ จำเป็นต้องปรับแก้วิธีการอย่างไร ซึ่งจะเป็นการฝึกให้เด็กๆ เรียนรู้ที่จะยืดหยุ่น ปรับแผน ตามเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น
.
.
การพัฒนา EF ให้เกิดขึ้นในชีวิตจริงสามารถทำได้ ผ่านกิจกรรม ต่าง ๆ ดังนี้ คือ
1. กิจกรรมการเล่น (เล่นแบบใช้สมาธิที่ได้ลงมือทำในจำนวนชิ้นมากพอควรกับวัยแบบรวดเดียวจบเช่น ร้อยลูดปัด เสียบหมุด หยอดลกระปุกออมสิน ,เล่นแบบสร้างต่อเติมเชิงจินตนาการ ทดลองทำหลายรูปแบบ เช่น บล็อค เลโก้ ปั้นวาด และเล่นประกอบบทบาทสมมุติ)
2. การฝึกช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน และการทำงานบ้าน
3. ดนตรี ศิลปะ กีฬา ที่จำเป็นต้องฝึกฝนทักษะ ร่วมกับการสอดแทรกจินตนาการ
4. การสร้างโจทย์เป็นสถานการณ์ให้เด็ก ๆ ฝึกคิดวางแผนแก้ไขปัญหา
5. ชวนเด็กๆ พูดคุยถึงเรื่องต่างๆ ที่เด็กๆ พบเจอจริงๆ ในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมข้างต้น เป็นกิจกรรมเดียวกับการพัฒนา EF ในเด็ก วัยเดียวกัน
เพียงแต่สำหรับพ่อแม่ของเด็กพิเศษจำเป็นต้องแทรกเทคนิคพิเศษในทุกกิจกรรม ค่อยๆ คิด ค่อยๆทำ แล้วในวันหนึ่ง เด็กพิเศษจะสามารถพัฒนาตัวตนทั้งด้านเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และยังได้รับการปลูกฝังกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบไปพร้อมๆ กัน

—————————————-

อยากคุยกับครูนิ่ม เพิ่มเติม หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์
แบบเป็นส่วนตัว เพียงโหลดแอพฯ Chiiwii
Android  https://goo.gl/1njuCS
iOS  https://goo.gl/nfvvr5

สอบถามวิธีการใช้งาน สอบถามนัดแพทย์ ติดตามโปรโมชัน
Line@ :@chiiwiilive หรือ http://line.me/ti/p/%40chiiwiilive

อย่าลืมแอดไลน์ ไว้ติดตามโปรโมชันนะคะ โปรดีดีมีอยู่เพียบค่ะ

 

Credit Photo: Good Doctor ซีรี่ย์เกาหลี

 

Related Blog