fbpx
วัคซีนสำคัญไหม

เป็นคำถามที่พ่อแม่หลาย ๆ คนสงสัยอยากรู้

วัคซีนเป็นวิธีการหนึ่งในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีต่อเชื้อโรค ทำให้ลดอัตราการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อโรคที่สำคัญหลายชนิดได้ เช่น โปลิโอ หัด คางทูม และหัดเยอรมัน

วัคซีนพื้นฐาน คือ วัคซีนที่เด็กไทยทุกคนในประเทศได้รับฟรีจากรัฐบาล บรรจุอยู่ในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ

วัคซีนเสริม คือ วัคซีนที่มีประโยชน์ในการป้องกันโรคแต่ไม่นับว่ามีความสำคัญด้านสาธารณสุขในลำดับต้น ๆ รวมทั้งวัคซีนเหล่านี้มีราคาสูง ยังไม่สามารถนำมาให้เด็กไทยทั้งประเทศได้ จึงเป็นทางเลือกของพ่อแม่ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อย โดยจำเป็นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง

 

โดยในแต่ละช่วงอายุจะรับวัคซีนแตกต่างกัน แบ่งตามช่วงอายุดังนี้

แรกเกิด: ควรได้รับวัคซีน บีซีจี (BCG) และ ตับอักเสบบี (HBV)

1 เดือน: ตับอักเสบบี (กรณีที่มารดาเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี แต่ถ้ามารดาไม่ได้เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี ไม่จำเป็นต้องได้รับ)

2, 4 และ 6 เดือน: คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ไวรัสตับอักเสบบี และ ฮิบ, โปลิโอแบบหยอด ครั้งที่ 1 และ โรต้า

ซึ่งในช่วงอายุนี้มีวัคซีนเสริม คือ

1. วัคซีนรวมหกโรค (คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ไวรัสตับอักเสบบี ฮิบและ โปลิโอแบบฉีด) วัคซีนเสริมและวัคซีนหลัก ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไม่แตกต่างกัน แต่วัคซีนเสริมจะผลข้างเคียงน้อยกว่า เช่น ไข้ ชัก กล้ามเนื้ออ่อนแรงจากการหยอดโปลิโอ (โอกาสเกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากโปลิโอแบบหยอด1:2.7 ล้านครั้ง)

2. นิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส ที่ทำให้เกิดหูชั้นกลางอักเสบ ปอดอักเสบ และ เยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ ควรให้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้รุนแรงมากกว่าเด็กปกติ คือ เด็กที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจากสาเหตุต่าง ๆ ภาวะไม่มีม้ามหรือการทำงานของม้ามบกพร่อง โรคธาลัสซีเมีย โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ โรคปอด (รวมถึงหอบหืดรุนแรง) และโรคที่มีความเสี่ยงต่อเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เช่น ฝังประสาทหูเทียม (cochlear implant) ในเด็กปกติเป็นทางเลือกของผู้ปกครอง ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคนี้ให้กับบุตรหลานของท่าน

9 เดือน: วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน ป้องกันการเกิดหัด คางทูมและ หัดเยอรมัน

12เดือน: วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี ป้องกันการเกิดไข้สมองอักเสบ ส่วนวัคซีนเสริม คือ

1.วัคซีนสุกใส ป้องกันการเกิดอีสุกอีใส ซึ่งการฉีดวัคซีนช่วยป้องกันโรคและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากสุกใส เช่น งูสวัด ปอดอักเสบ ไข้สมองอักเสบ

2. ไวรัสตับอักเสบเอชนิดเชื้อไม่มีชีวิต ให้ได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป โดยฉีด 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือน ส่วนวัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิต ฉีด 1 เข็ม ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 18 เดือนขึ้นไป เด็กที่ควรได้รับ คือ เด็กที่จะเดินทางหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของไวรัสตับอักเสบเอ

18 เดือน: คอตีบ บาดทะยัก  ไอกรน และโปลิโอแบบหยอด กระตุ้นครั้งที่ 1

วัคซีนเสริม คือ วัคซีนรวมห้าโรค (คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ฮิบและ โปลิโอแบบฉีด)

2 ปี : วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน เข็ม 2

2 ปี 6 เดือน: วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี เข็ม 2

4-6 ปี: คอตีบ บาดทะยัก  ไอกรน และโปลิโอแบบหยอด กระตุ้นครั้งที่ 2

วัคซีนเสริม คือ วัคซีนรวมสี่โรค (คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน และ โปลิโอแบบฉีด)

11-12 ปี: คอตีบ บาดทะยัก และทุก 10 ปี

 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในแต่ละช่วงอายุจะได้รับวัคซีนแตกต่างกัน วัคซีนหลักและวัคซีนเสริมประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน แต่ข้อดีของวัคซีนเสริมคือ ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้จากการฉีดวัคซีนหลัก เป็นทางเลือกของพ่อแม่ ผู้ปกครองในการเลือกวัคซีนให้ลูกน้อยของท่านเติบโตแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันต่อโรค

 

บทความ; พญ.เจนจิรา จิโน กุมารแพทย์ ประจำแอป Chiiwii

อ้างอิง; สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย 2563

ปรึกษาหมอเจนจิรา คลิก >>> http://onelink.to/chiiwii

Related Blog