fbpx

เป็นปัญหาโลกแตกของผู้หญิงหลายคนกันเลยทีเดียว สาว ๆ คนไหนที่กำลังวิตกกังวลกับปัญหาเหล่านี้อยู่ วันนี้แอดมินมีโอกาสได้ปรึกษาคุณหมอผ่านแอปชีวี เพื่อหาคำตอบไขข้อข้องใจมาให้แล้วค่ะ คุณหมอเล่าให้ฟังว่าประจำเดือนไม่มาหรือประจำเดือนมาไม่ปกติ ในคนที่เคยมีรอบเดือนมาก่อนทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะขาดระดูทุติยภูมิ; Secondary amenorrhea สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ?

1. การตั้งครรภ์ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของการขาดประจำเดือน เมื่อประจำเดือนที่เคยมาปกติทุกเดือนกลับไม่มา ควรสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นในสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มีเพศสัมพันธ์

2. ความเครียดทางด้านจิตใจ (Stress) โรควิตกกังวล (Anxiety disorders) โรคอารมณ์แปรปรวน (Mood disorders) อาจทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ ประจำเดือนขาดหายไปได้คราวละหลาย ๆ เดือน เนื่องจากความเครียดนั้นมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของการหลั่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์และการมีประจำเดือน

3. ระยะหลังคลอดบุตรหรือการให้นมบุตร จะเป็นหลังแท้งบุตรหรือหลังคลอดบุตรก็ตาม ถ้ายังมีน้ำนมอยู่ก็เป็นเรื่องปกติที่ประจำเดือนจะยังไม่มาจนกระทั่งหย่านม

4. วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน แต่หากเกิดก่อนอายุ 40 ปี จะเรียกภาวะรังไข่หยุดทำงานก่อนกำหนด (premature ovarian insufficiency)

5. ภาวะที่น้ำหนักตัวมากเกินไป (เกณฑ์ดัชนีมวลกาย/BMI ของคนไทย ควรอยู่ระหว่าง 18.5-22.9) หรือการน้ำหนักลดมากผิดปกติ เช่น การอดอาหาร

6. ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (polycystic ovarian syndrome; PCOS) ซึ่งเป็นภาวะที่พบมากในวัยเจริญพันธ์ กลุ่มนี้จะมีฮอร์โมนเพศชายสูง ทำให้มีสิว ผิวมัน ขนตามร่างกายมากขึ้น หรือแพทย์อาจใช้ลักษณะอัลตร้าซาวน์ของรังไข่ประเมินร่วม

7. โรคร่วมที่มีผลกับฮอร์โมน เช่น ภาวะไทรอยด์ หรือ มีเนื้องอกต่อมใต้สมองที่สร้างฮอร์โมนกระตุ้นต่อมน้ำนม (prolactinoma) เป็นต้น

8. การใช้ยาฮอร์โมนคุมกำเนิดเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนขาดได้เป็นธรรมดา

9. มีความผิดปกติของมดลูก เช่น การมีพังผืดในโพรงมดลูก ในคนที่เคยผ่าตัดหรือขูดมดลูก


วิธีการดูแลสุขภาพตัวเองเมื่อประจำเดือนมาไม่ปกติ
 

– ลดภาวะเครียด

– พักผ่อนให้รู้สึกผ่อนคลาย

– เลือกรับประทานอาหารให้ครบถ้วนและเหมาะสม

– รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

– หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ ได้แก่ สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เป็นต้น

– จดรอบเดือนและวันที่มีเพศสัมพันธ์ รวมถึงวิธีคุมกำเนิด

– ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

– หากมีเพศสัมพันธ์ และขาดรอบเดือน 1-2 รอบ แนะนำตรวจการตั้งครรภ์ก่อน

– หากมีอาการขาดประจำเดือน 3 รอบเดือน หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เห็นภาพซ้อน น้ำนมไหลผิดปกติ ใจสั่นเหนื่อยง่าย หรือร้อนวูบวาบ แนะนำพบแพทย์หาสาเหตุเพิ่มเติมค่ะ

บทความ; แพทย์หญิง ณิชา อัศวโภคี แผนกสุขภาพผู้หญิง สูตินรีแพทย์ ประจำแอป Chiiwii
ปรึกษาหมอณิชา คลิก >>> http://onelink.to/chiiwii

Related Blog

เมื่อไหร่จึงควรใช้ Immunotherapy

418

Women Health

ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) มีการศึกษาวิจัย และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับรักษา​มะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย ที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน และด้วยยาพุ่งเป้า (triple negative breast cancer) หลักการสำคัญของยาภูมิคุ้มกันบำบัด คือ การเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพให้เม็ดเลือดขาวสามารถมองเห็นว่าเซลล์มะเร็งเป็นสิ่งแปลกปลอม เพิ่มกลไกการออกฤทธิ์ของเม็ดเลือดขาวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจนสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ 😊 การรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดมีผลข้างเคียงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งออกฤทธิ์ทำลายทั้งเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็ง การพิจารณาเลือกใช้ยาภูมิคุ้มกันบำบัด แพทย์จะดูตามชนิดของมะเร็ง รวมถึงการย้อมตรวจบางชนิดเช่น PDL1 เพื่อดูว่าเหมาะสมหรือได้ประโยชน์จากใช้ยานี้มาน้อยเพียงใด ⚠️ ผลข้างเคียงของการใช้ยาภูมิคุ้มกันบำบัด เกิดขึ้นได้หลายอาการ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เช่น ทำให้ผิวเป็นผื่น ลำไส้อักเสบ มีอาการท้องเสีย ปอดอักเสบรวมถึงอาจส่งผลกระทบให้ไทรอยด์ทำงานมากหรือน้อยเกินไป หรือมีน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด ผู้ป่วยควรอยู่ภายใต้​การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด​และปฎิบัติตัว​ตามคำแนะนำ​อย่างเคร่งครัด บทความโดย นพ.ธเนศ เดชศักดิพล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านม ประจำแอป Chiiwii FacebookTwitterLine

READ MORE

ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ดียังไง

378

Women Health

วิวัฒนาการของการรักษาโรคมะเร็ง มีมาหลายยุค​หลายสมัย ใครที่เคยกลัวผลข้างเคึยงของยามะเร็ง ​ฟังทางนี้ เรารู้กันว่า การฉายรังสีรักษา ( Radiotherapy) ยาต้านฮอร์โมน (hormonal therapy) ยาเคมีบำบัด(Chemotherapy) ทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ค่อนข้างมาก จึงมีการคิดค้นยาที่สามารถพุ่งเป้าไปในการทำลายเซลล์มะเร็งแบบจำเพาะเจาะจง และมีผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติน้อย เรียกว่า ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) โดยยาเหล่านี้มักจะมีเป้าหมาย ( target) เป็นยีนที่ผิดปกติในเซลล์มะเร็งนั้นๆ ทำให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา   🎯 ข้อดีของ Target Therapy 1) เป็นการรักษาแบบพุ่งเป้าไปที่เซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพเพิ่มมากกว่าการรักษาวิธีดั้งเดิมในโรคมะเร็งชนิด ที่มีตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Predictive biomarker) สำหรับยาtargeted therapy นั้นๆ 2) เป็นการรักษาโรคมะเร็งที่มีผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติน้อยลง เพราะพุ่งเป้าไปที่เซลล์มะเร็งโดยตรง   ❌ ข้อจำกัดของ Target Therapy 1) ใช้ได้เฉพาะโรคมะเร็งบางชนิดเท่านั้น เช่น มะเร็งเต้านม, มะเร็งปอด, มะเร็งรังไข่, มะเร็งตับ, มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งไต, […]

READ MORE

ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ฉีดวัคซีนดีไหม?

589

Women Health

การพิจารณา​ฉีดวัคซีน​สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง หมอขอแบ่งเป็น 2 กลุ่มดังนี้   1. ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม​ที่อยู่ระหว่างการรักษา​ ด้วยยาเคมีบำบัด การฉายแสง ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ผู้​ป่วยกลุ่ม​นี้ ในระหว่างการรักษา​จะมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือภูมิคุ้มกัน​ทำงานบกพร่อง อาจจะมีการตอบสนองต่อวัคซีน ในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อ COVID-19​ ได้น้อยกว่าคนทั่วไป​ จึงแนะนํา​ให้ฉีดวัคซีน​หลังจากได้ยาเคมีบำบัดเสร็จ​สิ้นแล้ว  4-12 สัปดาห์ ขึ้นกันดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาค่ะ ส่วนคนที่ได้รับ #ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ในการรักษา​มะเร็งเต้านม ยานี้มีผลต่อเม็ดเลือดขาว ดังนั้น​ ระยะเวลาการฉีดวัคซีน​จะขึ้นกับระดับของเม็ดเลือด​ขาวในร่างกายหลังสิ้นสุด​การรักษา​ อาจต้องปรึกษาช่วงเวลาในการให้วัคซีนกับแพทย์ผู้ดูแล​เป็นรายๆไป   2. ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมกลุ่ม​ที่รักษาเสร็จ​เรียบร้อย​แล้ว โรคสงบดี ไม่ได้รับยาอะไรอยู่ในขณะนี้ สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้โดยทีข้อควรระวัง​เช่นเดียวกับ​คนทั่วไป ถึงแม้ว่าจะได้รับวัคซีนแล้ว เราทุกคนยังคงต้องดูแลตัวเองด้วยความไม่ประมาท การ์ดอย่าตก ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน รักษาระยะห่าง กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมืออยู่เสมอค่ะ ————— บทความโดย พญ.ภานุช เอี่ยมประภาพร อายุรแพทย์มะเร็ง ที่ปรึกษาด้านโรคมะเร็งเต้านมประจำแอป Chiiwii #รู้ก่อน #รักษาได้ […]

READ MORE