fbpx
ครีมกันแดดในคนท้อง

คนท้องอย่าหยุดสวยนะคะ แดดแรงขนาดนี้ เป็นสาเหตุหลักของการเกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ แม้ในช่วงตั้งครรภ์ เราจะถูกห้ามทำเล็บ ห้ามย้อมผม ห้ามกินส้มตำ แต่เราจะปล่อยให้หน้าดำไม่ด้ายยยย เพราะตอนท้องฮอร์โมนยิ่งกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้ง่ายกว่าปกติ แถมผิวก็ระคายเคืองง่าย ดังนั้น การดูแลผิวให้สวยใสจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยค่ะ แต่จะเลือกครีมกันแดดในยังไงให้ปลอดภัยต่อลูกในท้อง และได้ประสิทธิภาพสูงสุด

รังสี UVA เป็นรังสีเกรดเอตัวแม่ มีพลังทะลุทะลวงเข้าไปได้ลึกถึงผิวชั้นใน ทำลายคอลลาเจนเด้งฟูของเรา ให้ผิวเหี่ยวแฟบ เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่าย ส่วนตัว UVB นั้นจะทำร้ายผิวชั้นนอก ทำให้ผิวไหม้ แสบ แดง และดำ ๆ เป็นสาเหตุของฝ้ากระและความแห้งกร้าน ถ้าเจอแบบนี้ไปนาน ๆโดยที่ไม่ป้องกัน ความหมองคล้ำ และ มะเร็งผิวหนังก็จะมาเยือนได้ในที่สุดค่ะ

ครีมกันแดดจะต้องป้องกันแสงแดดทั้งรังสี UVA และ UVB (broad-spectrum sunscreen) และต้องอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย และไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อย

หลายคนอาจสังเกตว่าผิวแห้งและแพ้ง่ายขึ้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ศรีทนได้ทุกอย่าง แต่พอตั้งครรภ์ ความอ่อนแอจะตามมาทุกส่วน โดยเฉพาะผิว หมอแนะนำครีมกันแดดที่เป็นธรรมชาติ เช่น Physical sunscreen หรือครีมกันแดดในกลุ่มเวชสำอาง ที่จะไม่ระคายเคืองผิว และไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ (hypo-allergenic) รวมทั้งหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงกลางวันค่ะ

ใครหน้ามัน ครีมกันแดดช่วยได้
คุณแม่บางท่านอาจประสบปัญหาตรงกันข้าม คือหน้ามัน สิวเห่อ แถมดำเพราะไม่กล้าทาครีมกันแดด! หมอขอยืนยันว่ายังไงก็ควรทาค่ะ แต่เลือกกันแดดที่ช่วยคุมความมัน กันน้ำ ไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน แล้วกางร่ม ใส่แว่นกันแดดช่วยด้วย จะดีมากค่ะ

ระวังครีมกันแดดที่มีสารปรอท และ ไฮโดรควิโนน
ถึงแม้ในปัจจุบัน มีการควบคุมคุณภาพที่ดีขึ้นแล้ว คุณแม่ก็ต้องไม่ชะล่าใจนะคะ ดูแหล่งที่มาที่ไปของครีมแต่ละยี่ห้อให้ดี หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำให้หน้าขาวใสอย่างไร้เหตุผล เพราะสารปรอท นอกจากจะอันตรายกับแม่แล้ว ยังทำให้พัฒนาการของสมองทารกในครรภ์ผิดปกติ คุณแม่ท้องจะต้องหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้และสัมผัสสารปรอท ทั้งที่เจือปนในน้ำ อาหารทะเล และมลภาวะทางอากาศนะคะ

หลีกเลี่ยงครีมและเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกรดวิตามิน A (Retinoic Acid) เพราะกรดวิตามิน A เป็นสารที่คนท้องไม่ควรใช้ ทั้งใช้ทาและใช้รับประทาน ส่วนใหญ่จะพบในยารักษาสิวและครีมลดริ้วรอยต่าง ๆ ก่อนใช้อ่านฉลากกันให้ดี ๆ นะคะ

กลุ่มยาทาสิวที่ต้องระมัดระวังคือ ยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ หรือ เรตินอย ได้แก่ Tretinoin, Isotretinoin, Adapalene เป็นต้น ยากลุ่มนี้ยังไม่ยืนยันความปลอดภัยสำหรับหญิงมีครรภ์

ส่วนยากินรักษาสิวในกลุ่มยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์ คือ ยาเดตตร้าชัยคลิน ได้แก่ Tetracycline, Doxycycline และ Minocycline เนื่องจากยาตัวนี้มีผลต่อกระดูกและฟันของเด็กอ่อนในครรภ์

สุดท้ายนี้สำคัญ กาดอกจันล้านดวงคือวิตามินเอ แบบรับประทาน และ ยา Isotretinoin หรือที่เรียกยี่ห้อกันติดปากว่า Roaccutane (โรแอคคูเทน หรือ โรแอค) เป็นยากินรักษาสิวที่อันตรายต่อเด็กทารกมากที่สุด เป็นเหตุให้เด็กต้องพิการหลายพันคนทั่วโลก เพราะฉะนั้นคุณแม่ต้องระวังให้มากเลยนะคะ ถ้ารับประทานอยู่คุมกำเนิดอย่างเคร่งครัด แต่ถ้ารับประทานอยู่แล้วเพิ่งรู้ว่าตั้งครรภ์ ปรึกษาแพทย์โดยด่วนที่สุดเลยค่ะ

ขอให้ทุกคนเป็นคุณแม่ที่สวยใสสุขภาพดี มีลูกน่ารักๆกันทุกคนนะคะ

บทความ; พญ.พิรญาณ์ ธำรงธีระกุล แพทย์เฉพาะทางผิวหนังและชะลอวัย ประจำแอป chiiwii
ปรึกษาหมอพิรญาณ์ คลิก >>> http://onelink.to/chiiwii

Related Blog

เมื่อไหร่จึงควรใช้ Immunotherapy

417

Women Health

ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) มีการศึกษาวิจัย และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับรักษา​มะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย ที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน และด้วยยาพุ่งเป้า (triple negative breast cancer) หลักการสำคัญของยาภูมิคุ้มกันบำบัด คือ การเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพให้เม็ดเลือดขาวสามารถมองเห็นว่าเซลล์มะเร็งเป็นสิ่งแปลกปลอม เพิ่มกลไกการออกฤทธิ์ของเม็ดเลือดขาวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจนสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ 😊 การรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดมีผลข้างเคียงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งออกฤทธิ์ทำลายทั้งเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็ง การพิจารณาเลือกใช้ยาภูมิคุ้มกันบำบัด แพทย์จะดูตามชนิดของมะเร็ง รวมถึงการย้อมตรวจบางชนิดเช่น PDL1 เพื่อดูว่าเหมาะสมหรือได้ประโยชน์จากใช้ยานี้มาน้อยเพียงใด ⚠️ ผลข้างเคียงของการใช้ยาภูมิคุ้มกันบำบัด เกิดขึ้นได้หลายอาการ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เช่น ทำให้ผิวเป็นผื่น ลำไส้อักเสบ มีอาการท้องเสีย ปอดอักเสบรวมถึงอาจส่งผลกระทบให้ไทรอยด์ทำงานมากหรือน้อยเกินไป หรือมีน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด ผู้ป่วยควรอยู่ภายใต้​การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด​และปฎิบัติตัว​ตามคำแนะนำ​อย่างเคร่งครัด บทความโดย นพ.ธเนศ เดชศักดิพล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านม ประจำแอป Chiiwii FacebookTwitterLine

READ MORE

ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ดียังไง

378

Women Health

วิวัฒนาการของการรักษาโรคมะเร็ง มีมาหลายยุค​หลายสมัย ใครที่เคยกลัวผลข้างเคึยงของยามะเร็ง ​ฟังทางนี้ เรารู้กันว่า การฉายรังสีรักษา ( Radiotherapy) ยาต้านฮอร์โมน (hormonal therapy) ยาเคมีบำบัด(Chemotherapy) ทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ค่อนข้างมาก จึงมีการคิดค้นยาที่สามารถพุ่งเป้าไปในการทำลายเซลล์มะเร็งแบบจำเพาะเจาะจง และมีผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติน้อย เรียกว่า ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) โดยยาเหล่านี้มักจะมีเป้าหมาย ( target) เป็นยีนที่ผิดปกติในเซลล์มะเร็งนั้นๆ ทำให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา   🎯 ข้อดีของ Target Therapy 1) เป็นการรักษาแบบพุ่งเป้าไปที่เซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพเพิ่มมากกว่าการรักษาวิธีดั้งเดิมในโรคมะเร็งชนิด ที่มีตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Predictive biomarker) สำหรับยาtargeted therapy นั้นๆ 2) เป็นการรักษาโรคมะเร็งที่มีผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติน้อยลง เพราะพุ่งเป้าไปที่เซลล์มะเร็งโดยตรง   ❌ ข้อจำกัดของ Target Therapy 1) ใช้ได้เฉพาะโรคมะเร็งบางชนิดเท่านั้น เช่น มะเร็งเต้านม, มะเร็งปอด, มะเร็งรังไข่, มะเร็งตับ, มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งไต, […]

READ MORE

ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ฉีดวัคซีนดีไหม?

589

Women Health

การพิจารณา​ฉีดวัคซีน​สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง หมอขอแบ่งเป็น 2 กลุ่มดังนี้   1. ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม​ที่อยู่ระหว่างการรักษา​ ด้วยยาเคมีบำบัด การฉายแสง ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ผู้​ป่วยกลุ่ม​นี้ ในระหว่างการรักษา​จะมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือภูมิคุ้มกัน​ทำงานบกพร่อง อาจจะมีการตอบสนองต่อวัคซีน ในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อ COVID-19​ ได้น้อยกว่าคนทั่วไป​ จึงแนะนํา​ให้ฉีดวัคซีน​หลังจากได้ยาเคมีบำบัดเสร็จ​สิ้นแล้ว  4-12 สัปดาห์ ขึ้นกันดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาค่ะ ส่วนคนที่ได้รับ #ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ในการรักษา​มะเร็งเต้านม ยานี้มีผลต่อเม็ดเลือดขาว ดังนั้น​ ระยะเวลาการฉีดวัคซีน​จะขึ้นกับระดับของเม็ดเลือด​ขาวในร่างกายหลังสิ้นสุด​การรักษา​ อาจต้องปรึกษาช่วงเวลาในการให้วัคซีนกับแพทย์ผู้ดูแล​เป็นรายๆไป   2. ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมกลุ่ม​ที่รักษาเสร็จ​เรียบร้อย​แล้ว โรคสงบดี ไม่ได้รับยาอะไรอยู่ในขณะนี้ สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้โดยทีข้อควรระวัง​เช่นเดียวกับ​คนทั่วไป ถึงแม้ว่าจะได้รับวัคซีนแล้ว เราทุกคนยังคงต้องดูแลตัวเองด้วยความไม่ประมาท การ์ดอย่าตก ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน รักษาระยะห่าง กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมืออยู่เสมอค่ะ ————— บทความโดย พญ.ภานุช เอี่ยมประภาพร อายุรแพทย์มะเร็ง ที่ปรึกษาด้านโรคมะเร็งเต้านมประจำแอป Chiiwii #รู้ก่อน #รักษาได้ […]

READ MORE